นานๆ ทีมีอารมณ์จะบล็อกซักที เลยอยากเขียนเรื่องที่ต้องไปหาหมอเร็วๆ นี้หน่อย
ปกติช่วงนี้จะใส่คอนแทกเลนส์เป็นหลัก เพราะก่อนหน้านี้ใส่แว่นบ้างคอนแทกบ้างสลับๆ กัน แต่หลังๆ ใส่แว่นแล้วมีปัญหาตลอด
เช่น มีคนเดินมาชนแล้วแว่นมันเกือบจะหลุด อีกทีนั่งอยู่ในรถเมล์แล้วโดนศอกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ นั่นก็แว่นเกือบหลุด
แต่ที่ตัดสินใจว่ากลับมาใส่คอนแทกแน่ๆ คือ กำลังจะลงรถเมล์แล้วรถเมล์เบรกหัวทิ่ม แว่นตกไปกับพื้น แล้วมันมองอะไรไม่เห็นอีกเลย
ละตอนนั้นก็มีคนยืนออกันเยอะมาก กลัวคนเหยียบแว่นแตก! ร้องเสียงหลงเลย ดีที่มีคนนั่งอยู่เอื้อมลงไปหยิบแว่นให้
นั่นแหละ..เลยไม่ค่อยกล้าใส่แว่นออกนอกบ้าน
ละที่ต้องไปหาหมอเพราะว่าอยู่ๆ เปลือกตาขวาก็บวมตุ่ย แล้วก็มีรอยแดงๆ
ดูไปดูมาก็ไม่ค่อยแน่ใจว่ามันเป็นอะไรกันแน่ ใจนึงก็กลัวว่าจะเป็นอะไรมาก หรือเป็นตากุ้งยิง หรืออาจจะเป็นแค่สิวที่เปลือกตา
ให้แม่ดูๆ แม่ก็บอกอะไรไม่ได้มาก เลยคุยๆ กับแม่ว่าคงไม่เป็นอะไรหรอกมั๊ง
เลยกะว่าจะแค่แวะไปซื้อคอนแทก กับน้ำยาล้างคอนแทกที่ร้านหมอที่ไปวัดสายตาบ่อยๆ
ถึงร้านแล้วแม่ก็บอกว่าให้หมอดูซะหน่อยดีกว่า ก็เลยให้หมอดู จะได้สบายใจ
หมอดูแล้วก็แตะๆ ไปที่เปลือกตาจุดต่างๆ แล้วก็เปิดเปลือกตาด้านในออกมาดู
หมอบอกว่ามันอักเสบนิดหน่อย แล้วก็ถามว่าไปทำอะไรมา นู่นนี่นั่น
จริงๆ ก็จำไม่ค่อยได้แล้วว่าหมอถามอะไรไปบ้าง แต่หมอเอาน้ำตาเทียมหยดให้แล้วก็ตรวจกระจกตา
ปรากฎว่าตรงตาดำด้านขวา (ข้างที่ตาบวมนี่แหละ) มันรอยแผลบางๆ เพราะว่าใส่คอนแทกนานเกินไป
หมอบอกว่าคนที่ใส่คอนแทกนานๆ ตามันจะแห้งกว่าคนปกติ แล้วคอนแทกมันก็ไปขูดๆ บริเวณตาง่ายๆ
ถ้าจะใส่ต่อก็ต้องคอยหยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆ
(แต่ที่ผ่านมาฉันรู้สึกว่ายิ่งหยอดน้ำตาเทียม มันจะยิ่งรู้สึกเหมือนตาแห้งกว่าเดิม เลยไม่ค่อยหยอด :p)
หลังจากนั้นหมอก็ถามพวกเวลาที่ใส่คอนแทกใส่ยังไง แต่ละวันใส่นานไหม
แล้วก็โดนอบรมเรื่องการใส่คอนเทกเลยทีนี้
เสร็จแล้วก็วัดสายตาพ่วงไปด้วยเลย
จำได้ว่าวัดสายตาครั้งล่าสุดคือช่วงปีใหม่ ผ่านไปครึ่งปีสายตามันสั้นขึ้นไป 2 ระดับ ทั้ง 2 ข้าง
แต่หมอบอกว่าตาฉันมันเหมือนจะเพ่งอยู่ตลอดเวลา คือจริงๆ หมอก็ทักอย่างงี้ตั้งกะไปวัดคราวที่แล้วด้วย
แต่ก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจเท่าไหร่ เพราะรู้ตัวว่าใช้แลปทอปเกือบจะตลอดเวลา นอนเล่นเน็ตในมือถือ แล้วก็ชอบนอนอ่านนิยายตอนกลางคืน
เวลาไปไหนมาไหน ถ้าไม่เล่นเน็ตผ่านมือถือ ก็อ่าน kindle หรือหนังสือนี่แหละ อยู่บนรถนานๆ มันน่าเบื่อ
เลยคิดเอาว่ามันเป็นกิจกรรมที่จำเป็นจะต้องเพ่งสายตาอยู่ตลอดเวลา มันเลยติดเป็นนิสัยไป
น่าจะเป็นโรคตาขยันเกินเหตุ ตรงข้ามกับพี่จิที่เป็นตาขี้เกียจ ฮ่าๆๆ
สุดท้ายก็ได้ยาแก้อักเสบ น้ำตาเทียม แล้วก็ยาหยอดตาอีกอัน
ยากินนี่ก็กินตามสูตรยาแก้อักเสบปกติ กินก่อนอาหาร และต้องกินให้ครบโดส
น้ำตาเทียมหมอให้หยอดทุกสองชั่วโมง แต่ก็ไม่ค่อยได้หยอดเท่าไหร่ เอาไปหยอดตาซ้ายแทน : p
ส่วนยาหยอดตาที่ได้มา เพิ่งมานึกได้ว่าจริงๆ ควรจะถามหมอว่ามันคือยาอะไร แล้วมันจะช่วยอะไร
แต่ไม่ได้ถาม ก็ช่างมัน.. หมอให้หยอดวันละสี่ครั้ง ไม่ได้บอกว่าหยอดตอนไหนบ้าง
เลยหยอดพร้อมๆ กับกินยามันไปเลย
จริงๆ หมอบอกว่าถ้ายังไม่ดีขึ้นใน 3 วันก็ให้กลับไปหาใหม่ แต่ตอนนี้คิดว่าดีขึ้นแล้วก็เลยบอกแม่ว่าขี้เกียจไปหาหมอละ
ตอนต้องกลับมาหยอดยากินยานี่รู้เลยว่าตาเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก
พอมองไม่เห็น หรือใช้มันได้ไม่เหมือนเก่านี่มันทำให้หงุดหงิดง่ายนะ
แล้วก็รู้สึกอ่อนแอๆ ไงไม่รู้ มีแอบคิดว่าถ้าตาบอดคงแย่แน่ๆ
เลยกะว่าหลังจากนี้ไปจะพยายามใช้สายตาให้น้อยลง (แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ซักกี่มากน้อย..คงต้องลองดูกัน) : )
ตอนนี้เลยต้องกลับมาเป็นสาวแว่นไปพลางๆ ก่อน หายเข็ดเมื่อไหร่แล้วจะกลับมาใส่คอนแทกอีก ; p
EscRiBiTioNiSt® said
พี่สายตาไม่สั้นมาก ข้างหนึ่ง ๑๐๐ นิดๆ อีกข้าง ๕๐ เอง และไม่เคยคิดอยากใส่คอนแทกเลยเพราะว่าเคยเห็นเพื่อนใส่แล้วเหมือนเอานิ้วจิ้มตา สายตาสั้นไม่มาก ไม่ใส่แว่นก็มองเห็น
ปกติไม่อ่านหนังสือไม่ใช้คอมก็ไม่ต้องใส่แว่น พยายามไม่เพ่งนี่ล่ะช่วยได้เลย สายตาไม่เพิ่ม บางคนเพ่งไม่รู้ตัว
สาเหตุอีกอย่างที่ไม่ใส่คอนแทกคือกลัวตาบอด – -” กลัวทำความสะอาดได้ไม่ดี มันแปะที่ตาตลอด บอดชัวร์