new year resolution

ตอนแรกกะว่าจะไม่ทำแล้ว เพราะไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นจุดที่จะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ แต่พี่บอลกับแก๊ปแท็กมาให้ทำ.. ก็เลย เอาซะหน่อย

ลองตั้งเป้าหมายว่าในปีนี้ เราอยากจะทำอะไรกัน แล้วสิ้นปีมาดูอีกทีว่าได้ตรงตามที่เราหวังไว้หรือยังนะครับ

1. ตั้งใจทำงาน
โปรเจคที่ทำอยู่..เหลือเวลาไม่มากนัก จริงๆ แล้วงานก้อนใหญ่ๆ ก็ผ่านไปเกือบหมดแล้ว เหลืองานปลีกย่อยอีกกองที่จะต้องทำให้เสร็จ แล้วก็ลาออก เพราะสามารถตอบได้แล้วว่าการทำงานเป็นยังไง

2. สอบปริญญาโท
คิดว่าตัวเองจะสอบไม่ติดประมาณ 70% แต่ยังไงก็คงต้องลองดู..ไม่ลองก็ไม่รู้ ใช่ไหม?

3. สมัครโครงการเรือเยาวชน
หวังมาก ฝันมาก ตั้งใจมาก อยากไปมาก แล้วก็คิดว่าตัวเองพอจะมีคุณสมบัติตามที่เค้าประกาศไว้

4. ไปอยู่สวนโมกข์สักพัก
ยิ่งโตขึ้น ความเข้าใจต่อโลกและผู้คนก็ยิ่งน้อยลง อยากเข้าใจอะไรมากกว่านี้
การไปอยู่สวนโมกข์ อาจจะไม่ได้ให้คำตอบอะไร แต่อย่างน้อยก็น่าจะทำให้ตั้งหลักกับปัญหาที่กำลังก่อตัวอยู่ได้บ้าง

5. backpack ไปสิงคโปร์
ถ้าไม่มีคนไปด้วยยังไงก็จะไปคนเดียวให้ได้ แต่ตอนนี้ขิงกับนุชเฟิร์มมาแล้ว เพราะฉะนั้นหายห่วงเรื่องว่าจะต้องไปคนเดียว และจะพยายามใช้เงินกับทริปนี้ไม่เกิน 10,000 บาท :)

6. อ่านหนังสือให้เยอะขึ้น
ปีที่ผ่านมาซื้อหนังสือเยอะก็จริง แต่อ่านไม่ค่อยทันเท่าไหร่
จะพยายามอ่านหนังสือที่ซื้อมาแล้วให้หมดภายในปีนี้ (หรืออย่างเก่งก็ก่อนงานหนังสือปลายปี)

7. หัดใช้กล้อง F3 ให้เป็น
ตอนหัดถ่ายรูป ก็หัดกับกล้องฟิล์มของ canon พอมาใช้ nikon แล้วมันไม่ชินเท่าไหร่ยิ่งเป็นกล้องฟิล์มที่ไม่มีตัวช่วยอย่าง F3 อีก ต้องฝึกถ่ายรูปให้ออกมาสวยๆ ให้ได้

8. อยู่กับคนที่รักให้มากขึ้น
ถ้ากลับไปอยู่บ้านได้ก็อยากกลับ
อยู่กรุงเทพคนเดียวนานๆ มันเหงาและกดดันมากเกินไป

9. มีวินัยกับการใช้จ่ายมากขึ้น
จะพยายามวางแผนว่าในแต่ละเดือน ต้องจ่าย fix cost อะไรบ้าง ส่วนพวก vary cost ก็จะจำกัดจำนวน อย่างเช่น ค่าโทรศัพท์ไม่ควรจะเกิน 1,000 บาทต่อเดือน ค่ากินข้าวและขนมแพงๆ ไม่ควรเกิน 3,000 บาทต่อเดือน ค่ารูดการ์ดก็ไม่ควรเกิน 5,000 บาทต่อเดือน (ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และความจำเป็น)

10. หาให้เจอว่าชีวิตเราต้องการอะไร
เพื่อให้ตัวเองมีความสุข แล้วก็เป็นเป้าหมายของชีวิตในระยะยาว
อย่างเช่น อาชีพที่จะทำไปจนแก่ หรือว่าจะวางแผนการใช้ชีวิตยังไง เป็นต้น

ดูเหมือนว่าจะเป็นสิบข้อที่มีความหมายต่อชีวิตที่เหลือมาก…

Leave a Comment

Book Expo

ไปงานสัปดาห์ลดราคาหนังสือแห่งชาติมา..
คราวนี้ได้มา 25 เล่ม..บ้าไปแล้ววว
และตามประเพณี ก็ต้องมารายงานว่าซื้ออะไรมาบ้าง

อาจารย์ในร้านคุกกี้ – นิ้วกลม
กลายเป็นนักเขียนที่ไม่ต้องเปิดอ่านก็หยิบหนังสือมาจ่ายสตางค์ได้เลย ชื่อนี้รับประกัน!
แล้วก็ลองๆ อ่านไปนิดหน่อยแล้ว น่ารัก อบอุ่นสดใสสไตล์พี่นิ้วกลม  :)

วาดเล่น แบบฝึกหัดวาดเขียนหลักสูตรยุกยิก – ป่าน นิตตา
เห็นลายเส้นแล้วหัวใจจะกุ๊กกิ๊กตามไปด้วย เลยซื้อมา ฮ่าๆๆ
ไม่หรอก! จริงๆ แล้วอยากลองหัดวาดรูปด้วยแหละ เห็นมีส่วนที่เป็นแบบฝึกหัดแล้วคิดว่าน่าจะเวิร์ค :)

ดาวหางเหนือทางรถไฟ – ทรงกลด บางยี่ขัน
เพราะเล่มนี้เล่มเดียว..เลยต้องไปงานหนังสือตั้งแต่วันแรก
ค่าที่กลัวหนังสือหมดก่อนจะได้ซื้อ ฮ่าๆๆ
แล้วก็สมกับการรอคอยเป็นปีจริงๆ นะ อ่านจบแล้วอยากแบกเป้ไปขึ้นรถไฟซะเดี๋ยวนั้นเลย

โลกเย็นๆ – กิจการ ช่วยชูวงศ์
เล่มนี้ได้แถมมาเพราะไปซื้อหนังสือที่บูธอมรินทร์ครบพันห้า
เลือกเล่มนี้เพราะเห็นคร่าวๆ ว่าหน้าตาค่อนข้างดี ฮ่าๆๆ :P

8 1/2 ริกเตอร์ – อนุสรณ์ ติปยานนท์
อันนี้ก็ได้มาฟรีจากบูธอมรินทร์เหมือนกัน
เลือกเล่มนี้เพราะว่าเคยอ่าน ลอนดอนฯ แล้วก็รู้สึกว่าสนุกดี
อ่านจบแล้วก็สงสัยว่า ทำไมเค้าต้องเขียนให้มันดาร์กๆ เท่ๆ ด้วยนะ :P

กรรมสุตรา – ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
หนังสือพี่โญ เห็นปั๊บต้องซื้อปุ๊บ
ไม่จำเป็นต้องเปิดดูข้างในว่าเรื่องอะไร เพราะพี่โญเขียนมันรวมกันไปหมดแหละ
อย่างพูดเรื่องโลกร้อนก็โยงไปเรื่องศาสนาได้เฉยเลย แล้วแถมภาษายังละเมียดละไมดีอีกต่างหาก
(จริงๆ หนังสือสำนักพิมพ์นี้ไม่ต้องชั่งใจก่อนซื้อหรอกนะ..ของเค้าดีจริงทุกเล่ม) :)

BRIDGE สะพานข้ามเวลาของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ และเพื่อนหนุ่ม
เล่มนี้เค้าบอกว่าเป็นหนังสือที่ระลึกให้ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์
เปิดผ่านๆ รูปถ่ายที่อยู่ข้างในนี่สวยทุกรูป เข้าใจว่าคุณรงค์เป็นคนถ่ายเอง

Openbook reviews, winter 2009 – summer 2010 issue
ซื้อเล่มแรกเมื่อปีที่แล้ว..ปีนี้เล่มสองออกมา จะไม่อุดหนุนได้ยังไงหล่ะ :)

อดีตของปัจจุบัน รวมมปาฐกถาพิเศษเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เข้าใจว่าหนังสือเล่มนี้ทำเนื่องในโอกาส 100 ปี อาจารย์ดิเรก ชัยนาม อดีดคณะบดีคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
เห็นว่าลดราคาอยู่ในบูธโอเพ่น..ห้าสิบบาทเอง เลยซื้อมา ฮ่าๆๆ

มิสซิสบลูมอยากรู้จักคนส่งนม – เพเตอร์ ปิคเซล, ชลิต ดุรงค์พันธุ์ แปล
คนเขียนเล่มนี้คือคนเขียนเดียวกับ “โต๊ะก็คือโต๊ะ”
เห็นเหลืออยู่ในบูธอมรินทร์ไม่กี่เล่ม ก็เลยซื้อมา
ตอนอ่านโต๊ะก็คือโต๊ะแล้วรู้สึกว่านักเขียนคนนี้เค้ามีของดี :)

ปัญญาชนก้นครัว – ว.วินิจฉัยกุล
พักนี้เริ่มหันมาอ่านนิยายแบบเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น..ทำไมก็ไม่รู้
แต่ก่อนนี่รู้สึกว่าอ่านนิยายแล้วจะเชยๆ แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามันคลายเครียดดีเหมือนกัน ฮ่าๆๆ
เล่มนี้อ่านแล้วรู้สึกว่ามันเหมาะจะเอาไปทำเป็นละครเวทีมาก
เพราะตัวละครแต่ละตัวมันประสาทไปหมด ล้นๆ เว่อร์ๆ ดี :P

ตามรักคืนใจ – กิ่งฉัตร
อ่านจบแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ฮ่าๆๆ
คือเราไม่ค่อยชอบนิยายเหนือๆ แบบมาเฟียทางเหนือหน่ะ เพราะมันมีพลอตไม่เยอะ
เดาได้ตั้งแต่กลางเรื่องเลยทีเดียว

ฟ้ากระจ่างดาว – กิ่งฉัตร
อันนี้สนุกดี ตื่นเต้น เดี๋ยวต้องไปหาอีกสองเล่มของซีรีย์สนี้มาอ่านให้ครบ ฮ่าๆๆ

สะพานอธิษฐาน – กิ่งฉัตร
เล่มนี้พลาด..จริงๆ เคยอ่านมาก่อนแล้ว
แต่ว่าตอนจ่ายสตางค์ พี่คนขายยุบอกว่าซื้ออีกเล่มจะได้ครบๆ พันห้า
เลยเลือกมั่วๆ มา นึกว่ายังไม่ได้อ่าน แต่ไม่เป็นไรถือว่าซื้อเอาไว้สะสม :P

ไทยจัง – นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ และ ชาคร ไชยปรีชา
เห็นคุณยุ้ย สฤณี เขียนไว้ในบล็อกว่าเกี่ยวกับพฤติกรรมคนไทยที่ไท๊ย ไทย แล้วก็สนุกดี ก็เลยไปซื้อมาอ่านบ้าง
อ่านไปได้หน่อยนึงแล้ว..สนุกดีจริงๆ นั่นแหละ ขนาดคนเขียนก็ยังไทยจังเลยย :P

วัยเยาว์อันสิ้นสูญ – วิลเลียม โกล์ดดิ้ง, ต้องตา สุธรรมรังษี แปล
เล่มนี้ซื้อมาเพราะปกสวยอย่างเดียวเลย ฮ่าๆๆๆ
แต่คิดว่าน่าจะสนุกเหมือนกันนะ เดี๋ยวอ่านจบแล้วจะมาบอกอีกที

ย่องเบาเข้าญี่ปุ่น – โตมร ศุขปรีชา
เคยไปยืนอ่านเล่มนี้อยู่ที่คิโนะครั้งสองครั้ง..สนุกดี แล้วก็คิดว่าเดี๋ยวค่อยซื้อ
พอจะกลับไปซื้อจริงๆ ปรากฏว่ามันหายากมาก
คราวนี้ไปเจอก็เลยต้องรีบซื้อมาเลย
ชื่อโตมร รับประกันความสนุก! :)

นักคิดของนักคิด – โตมร ศุขปรีชา และ สุพัตรา สุขสวัสดิ์ บรรณาธิการ
เล่มนี้ซื้อก็เพราะคุณยุ้ย สฤณี เขียนแนะนำอีกเช่นกัน (ใจง่ายจริงๆ :P )
แต่อย่างคุณยุ้ยเป็นคนแนะนำนี่ เชื่อว่าหนังสือเค้าดีจริง :)

Perselolis เล่ม 1- 2 – Marjane Satrapi, ณัฐพัดชา แปล
ตั้งใจจะซื้อมานานมากแล้ว..เพิ่งได้ฤกษ์ครั้งนี้แหละ :)

Broderies เย็บ ถาก ปาก ร้าย – Marjane Satrapi, ณัฐพัดชา แปล
อันนี้ซื้อมาเพราะว่าจะได้มีให้ครบ..ประสาทจริงๆ ฮ่าๆๆ

a really short history of nearly everything – Bill Bryson
เคยมีเล่มนี้แบบหนาๆ ที่โตมรกับใครอีกคนแปลก็ไม่รู้
เป็นหนังสือ  pop-sci ที่สนุกมาก ขนาดไม่ได้เรียนสายวิทย์มายังรู้สึกสนุกไปกับการอ่านหนังสือเล่มนี้เลย แล้วไอ้อันนี้เค้าทำเป็นคล้ายๆ encyclopedia อ่านง่ายกว่าเดิมก็เลยซื้อมาอีก ฮ่าๆๆ

happening ฉบับที่ 25 มีนาคม 2009
หน้าปกแสตมป์กับนิหน่า ญารินดา
จำได้ว่าตอนนั้นหนังเรื่องความจำสั้นฯ กับ a moment in June กำลังเข้าพอดี :)
ตอนนั้นซื้อไม่ทันก็เลยต้องมาตามเก็บฉะนี้แล

a day ฉบับที่ 107 smallroom issue
อันนี้ก็ซื้อไม่ทันอีกเหมือนกัน ตอนนั้นชะล่าใจไปหน่อย :)

หมดแล้ววววว..

แต่จริงๆ วันนี้ก็ไปชอปปิ้งที่คิโนะมาอีก 8 เล่มเหมือนกันนะ ฮ่าๆๆ
ประสาทจริงเชียว :P

Comments (1)

expectation

ใกล้แล้ว..
เมื่อเธอไม่หมุนรอบฉัน
ฉันจะหมุนรอบเธอต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์

ผักเฉาๆ คงต้องมองหาแหล่งน้ำใหม่ๆ แล้วหล่ะ
ถ้ามัวรอน้ำที่เดิมที่จะทำให้กลับมากเป็นผักสดชื่น
ผักคงเฉาตายก่อนที่จะได้น้ำ..

นุชบอกว่าฉันคาดหวังมากเกินไป
อืม..ก็อาจจะจริง

แต่ฉันก็ไม่ได้ไปคาดหวังกับใครพร่ำเพรื่อหรอกนะ..
ฉันเป็นอย่างงี้กับแค่บางคนเท่านั้น

กับแค่บางคนที่ฉันรัก..

Leave a Comment

you made me so very happy.

Yeah!
I really like your smile, It makes my world so bright.
Thank you for your time, the CDs and that cup of ice-cream! so yummy. love it, love it. ;)

You took me to Isetan department store’s hallway, I was a bit scary but feel safe since I were with you.
That feeling was very good, because not everyone make me feel this way. :)

you’re so sweet and talkative, which is very good for me, who very shy to talk to someone that I’m not familiar with.

I’m glad to spent time with you. It’s not often happen to me and you also.

hope to see you again, very soon. :)

Leave a Comment

visitors

อ๊ะ..มีคนแวะเข้ามาเยี่ยมบ้านด้วย
แสดงตัวหน่อย ^__^

Leave a Comment

ประสบการณ์จับเจ๊ง จับเจ๊ง

ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเฮงซวยขนาดนี้มาก่อน..
เริ่มจาก..
เทสโปรเจคเตอร์สำหรับงาน ReadCamp วันพรุ่งนี้
เทสโปรเจคเตอร์ก็ต้องปิดไฟ เลยเดินไปสับเบรกเกอร์ลงมาด้วยความหวังดี
ผลปรากฎว่า สายไฟมันหลุดออกมาเลย
 
หลังจากนั้นแป๊บนึงก็เดินไปตัดสติ๊กเกอร์
ตัดไปตัดมาแล้วก็วิ่งไปคุยกะพี่อาท
อีท่าไหนไม่รู้ ตัดเอากางเกงตัวเองไปเกือบสองเซ็นต์
 
เลยเดินหงอยๆกลับมาตัดสติ๊กเกอร์ต่อ
 
แล้วก็ได้ยินเสียงเหมือนพี่แนนเรียก ก็วิ่งไปหา
ปรากฎว่าไปสะดุดสายไฟที่เค้าเอาเทปแปะยึดไว้ที่พื้นแล้วกระจุยเลย
 
วันนี้มันเฮงซวยจริงๆ
 
ปลหนึ่ง. เป็นผู้ท้าชิง จับเจ๊ง จับเจ๊ง แข่งกะพี่โน๊ตได้ไหม?
ปลสอง. เค้าให้เข้าไปตามทะเบียนบ้านที่ลงทะเบียนไว้ในงาน ReadCamp อืม..เขินอ่ะ มีคนมาเยี่ยมบ้าน ฮ่าๆๆ
ปลสาม. พรุ่งนี้จะพูดเรื่อง “เจ้าชายน้อย” กะ “ปลาย่าง” แต่คงยากเกินกำลังสมอง ฮะๆ

Comments (1)

ข่าว..

ดูข่าวรอบดึก – ช่องสาม
ข่าวว่ากระทรวงสาธารณสุขประเทศเวียดนามออกกฎให้บุคคลที่มีรอบอกไม่ถึง 72 cm. (28 นิ้ว) ห้ามขับขี่รถจักรยานยนต์

วันนี้เพิ่งได้อ่านบทความของอ.วรากรณ์ ที่รวมใน best – สำนักพิมพ์โอเพ่น เรื่องมาตรการทางเศรษฐกิจของเวียดนามที่ออกโควต้านำเข้าชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ เพื่อหวังจะลดจำนวนรถจักรยานยนต์ ซึ่งทำให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มสูงขึ้นมาก (คิดว่าบทความนี้เคยตีพิมพ์ลงในมติชนเมื่อนานมาแล้ว..ข้อมูลเรื่องมาตรการทางเศรษฐกิจก็คงเปลี่ยนไปแล้ว)

จากบทความของอ. ที่ให้ข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดระเบียบกฎจราจร แทนที่จะออกมาตรการทางศก. คิดว่าไม่น่าจะเวิร์ค (หมายความว่ามันเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่ามันเอามาปฏิบัติไม่ได้จริง ซึ่งอาจจะมาจากปัจจัยอีกหลายประการ) รัฐบาลเลยต้องใช้มาตรการวิธีอื่นๆที่จะช่วยให้จำนวนอุบัติเหตุลดลง และจะส่งผลโดยตรงต่องบประมาณที่จะไปใช้เกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วย หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเมื่อมีอุบัติเหตุ

เมื่อทางเลือกที่มีอยู่มันเดินไม่ได้จริง บางทีเราก็อาจจะต้องเดินอ้อมๆ บ้างเพื่อในที่สุดเราจะได้ไปถึงเป้าหมายที่อยากจะให้ประชาชนอยู่ดีกินดี..

Leave a Comment

บ้าน..

เรามีชีวิตอยู่บนโลกเสมือนกันมากขึ้น..
สิ่งที่เรานำเสนออกมาก็บ่งบอกถึงความเป็นตัวเรา จะจริงมากจริงน้อย – เราเท่านั้นที่รู้ (อาจจะรวมคนที่รู้จักเราแบบออฟไลน์ที่เข้ามาเจออีกนิดหน่อย..)

ที่ๆเราอยู่บนโลกเสมือนก็เป็นบ้านของเรา
เป็นอาณาจักรที่เราเป็นเจ้าของ..มีสิทธิจะก่อสร้าง เติมแต่ง เปลี่ยนแปลงมันได้ตราบเท่าที่การกระทำของเราไม่ไปรบกวนสิทธิของคนอื่นๆ (แน่นอน..ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือน)
บ้านที่เราตั้งชื่อให้..กลายเป็นทะเบียนบ้านในโลกเสมือน เผลอๆ จะเป็นบัตรประชาชนด้วยซ้ำ ค่าที่เราใส่ข้อมูลเกือบทุกอย่างลงไป

วันนี้ลงทะเบียนงาน readcamp เลยได้ความรู้สึกแบบนี้มา..ตลกดี

Leave a Comment

วันดี

วันนี้ถือเป็นวันดีอีกหนึ่งวัน..
การสื่อสารผ่านทางโลกเสมือน ทำให้รับรู้ได้ว่าเรายังรู้จักกัน

ใช่..เรายังเป็นเพื่อนกัน

ฉันดีใจที่ได้รับรู้ว่าเขามีความสุขดี

=)

Leave a Comment

wait

เหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง

บอกตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่ากำลังรออะไรอยู่

Leave a Comment

Older Posts »